จัดส่งทั่วประเทศ ขอใบเสนอราคาสำหรับโครงการ บริการติดตั้งโดยทีมงาน

PN และ SDR คืออะไร เลือกอย่างไร

PN และ SDR คืออะไร เลือกอย่างไร

ค่าที่บอกความทนแรงดันของท่อ และวิธีอ่านค่าก่อนสั่งซื้อ

PN และ SDR เป็นค่าพื้นฐานที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลือกหรือสั่งซื้อ ท่อ HDPE โดยเฉพาะท่อที่นำไปใช้ในระบบประปา ระบบสูบน้ำ ระบบส่งน้ำ ระบบชลประทาน งานอุตสาหกรรม และงานโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากันไม่ได้หมายความว่าจะมีความหนาและความสามารถในการรับแรงดันเท่ากันเสมอไป ความแตกต่างดังกล่าวสัมพันธ์โดยตรงกับชนิดของวัสดุ เช่น PE80 หรือ PE100 รวมถึงค่า PN ของท่อ HDPE และค่า SDR ของท่อ HDPE

ในการซื้อขายจริง ผู้ใช้งานมักพบข้อความ เช่น “HDPE PE100 PN10”, “HDPE PE100 PN16”, “SDR11”, “SDR17” หรือ “SDR13.6” อยู่บนใบเสนอราคา Datasheet แบบก่อสร้าง และตัวท่อ หากเข้าใจความหมายของข้อมูลเหล่านี้ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าที่กำลังสั่งซื้อมี Specification ตรงกับระบบหรือไม่ และช่วยลดความเสี่ยงในการสั่งท่อผิดชั้นแรงดันหรือผิดความหนา

การเลือก ท่อ HDPE จึงไม่ควรดูเพียงว่าเป็นท่อขนาด 63 มม., 110 มม., 160 มม., 315 มม. หรือ 500 มม. เท่านั้น แต่ควรอ่านข้อมูลให้ครบว่าเป็นวัสดุชนิดใด มีค่า PN เท่าใด ค่า SDR เท่าใด และมีความหนาผนังตามมาตรฐานเท่าใด เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อทั้งความแข็งแรง ราคา น้ำหนักท่อ เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน และประสิทธิภาพของระบบส่งน้ำ

PN ของท่อ HDPE คืออะไร

PN หรือ Nominal Pressure เป็นค่าที่ใช้จำแนกระดับแรงดันของท่อและอุปกรณ์ภายใต้เงื่อนไขอ้างอิงที่กำหนดตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ในตลาดจึงพบการเรียก ท่อ HDPE PN6.3, PN8, PN10, PN12.5, PN16 และระดับแรงดันอื่น ๆ ตามมาตรฐานและชนิดของผลิตภัณฑ์

ตัวเลขหลัง PN สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเข้าใจระดับแรงดันของท่อ ตัวอย่างเช่น PN10 หมายถึงท่อที่ได้รับการจำแนกอยู่ในชั้นแรงดันประมาณ 10 bar ภายใต้เงื่อนไขอ้างอิงที่มาตรฐานกำหนด ขณะที่ PN16 อยู่ในชั้นแรงดันประมาณ 16 bar อย่างไรก็ตาม การนำตัวเลขดังกล่าวไปออกแบบระบบจริงจะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย ไม่ควรตีความว่าท่อ PN10 จะสามารถใช้งานที่ 10 bar ได้ในทุกอุณหภูมิ ทุกสภาพแวดล้อม และทุกลักษณะการติดตั้งโดยอัตโนมัติ

โดยประมาณ 1 bar มีค่าใกล้เคียงกับแรงดันจากความสูงของน้ำประมาณ 10 เมตร ดังนั้นหากระบบมี Static Head ประมาณ 50 เมตร ก็จะมีแรงดันสถิตในระดับประมาณ 5 bar ก่อนที่จะนำผลจากการทำงานของปั๊ม การสูญเสียแรงดัน และแรงดันกระชากเข้ามาพิจารณา การเลือก PN จึงต้องอาศัยข้อมูลของระบบทั้งหมด ไม่ใช่ดูเฉพาะระยะทางของแนวท่อ

PN ไม่ใช่แรงดันของปั๊มเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการเลือก ท่อ HDPE PN10 หรือ PN16 คือการดูเฉพาะแรงดันที่ระบุบนปั๊มแล้วเลือกระดับ PN ใกล้เคียงกับตัวเลขนั้นทันที ในระบบจริงแรงดันภายในท่อสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแนวและตลอดช่วงเวลาการทำงาน

ตัวอย่างเช่น แนวส่งน้ำขึ้นพื้นที่สูงอาจมีแรงดันด้านต้นทางมากกว่าปลายทางอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ระบบที่เดินลงจากพื้นที่สูงไปต่ำ จุดต่ำสุดของระบบอาจมีแรงดันสถิตสะสมสูงกว่าที่คาด หากเลือก แรงดันท่อ HDPE จากค่าแรงดันเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว จุดบางตำแหน่งอาจได้รับแรงดันสูงกว่าระดับที่ออกแบบไว้

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาแรงดันชั่วขณะหรือ Surge Pressure ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากการเปิดและปิดวาล์วอย่างรวดเร็ว การเริ่มหรือหยุดปั๊ม การเปลี่ยนอัตราการไหลอย่างฉับพลัน หรือปรากฏการณ์ Water Hammer ระบบที่มีแนวท่อยาว อัตราการไหลสูง หรือปั๊มขนาดใหญ่จึงควรได้รับการวิเคราะห์ด้าน Hydraulic อย่างเหมาะสมก่อนกำหนดชั้นแรงดันของท่อ

SDR ของท่อ HDPE คืออะไร

SDR หรือ Standard Dimension Ratio เป็นค่าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อกับความหนาของผนังท่อ สามารถเขียนในรูปของความสัมพันธ์พื้นฐานได้ดังนี้

SDR = เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อ ÷ ความหนาของผนังท่อ

ดังนั้น หากเป็น ท่อ HDPE ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากัน ท่อที่มีค่า SDR ต่ำกว่าจะมีผนังหนากว่า ส่วนท่อที่มีค่า SDR สูงกว่าจะมีผนังบางกว่า ตัวอย่างเช่น หากเปรียบเทียบท่อ PE100 ขนาดเดียวกัน SDR11 จะมีผนังหนากว่า SDR17 และ SDR17 จะมีผนังหนากว่า SDR26

หลักในการจำค่า SDR จึงสามารถเข้าใจได้ง่ายว่า “SDR ตัวเลขยิ่งน้อย ผนังยิ่งหนา” เมื่อเปรียบเทียบภายใต้เส้นผ่านศูนย์กลางและวัสดุเดียวกัน และโดยทั่วไปผนังที่หนาขึ้นทำให้ท่อสามารถรองรับแรงดันภายในได้สูงขึ้นตามเงื่อนไขการออกแบบ

ตัวอย่างการอ่าน SDR จากขนาดและความหนาท่อ

เพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 110 มม. และกำหนดเป็น SDR11 หากคำนวณเบื้องต้นตามอัตราส่วน SDR ความหนาผนังจะอยู่ประมาณ 110 ÷ 11 หรือประมาณ 10 มม. ทั้งนี้ค่าความหนาที่ใช้ในการผลิตและค่าความคลาดเคลื่อนจริงต้องอ้างอิงตารางมิติของมาตรฐานและผู้ผลิตอีกครั้ง

หากเปลี่ยนท่อขนาด 110 มม. เดิมให้เป็น SDR17 ผนังท่อจะบางลงอย่างชัดเจน เพราะอัตราส่วนระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางกับความหนามีค่ามากขึ้น ขณะเดียวกันเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อก็จะมากขึ้นด้วย

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ราคาท่อ HDPE ขนาดเดียวกันจึงมีราคาต่างกันมาก ท่อที่มี SDR ต่ำต้องใช้วัตถุดิบในการผลิตต่อเมตรมากกว่า มีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า และมีผนังหนากว่า จึงมักมีราคาสูงกว่าท่อ SDR สูงในเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเดียวกัน

PN และ SDR ต่างกันอย่างไร

แม้ว่า PN และ SDR จะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการรับแรงดันของท่อ แต่ทั้งสองค่าไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน ค่า PN เป็นการระบุ ชั้นแรงดัน ส่วน SDR เป็นการระบุ สัดส่วนทางเรขาคณิตระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกกับความหนาผนังท่อ

กล่าวอย่างง่ายคือ PN ช่วยตอบคำถามว่า “ท่อนี้อยู่ในชั้นแรงดันประมาณเท่าใดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด” ในขณะที่ SDR ช่วยตอบคำถามว่า “เมื่อเทียบกับขนาดภายนอกแล้ว ผนังท่อนี้หนาเพียงใด”

ค่า PN จึงไม่ได้เกิดจากค่า SDR เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับความแข็งแรงของวัสดุ เช่น PE80 หรือ PE100 และ Design Coefficient ตามมาตรฐานที่ใช้ การเห็นคำว่า SDR11 เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปแรงดันของท่อ หากยังไม่ทราบว่าท่อผลิตจากวัสดุชนิดใดและใช้อ้างอิงมาตรฐานใด

ทำไม SDR เท่ากันแต่ PN อาจไม่เท่ากัน

สมมติว่ามีท่อสองเส้นที่เป็น SDR11 เหมือนกัน หมายความว่าทั้งสองมีอัตราส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกต่อความหนาผนังใกล้เคียงกัน แต่หากเส้นหนึ่งผลิตจาก PE80 และอีกเส้นผลิตจาก PE100 ความแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในการคำนวณแตกต่างกัน ดังนั้นความสามารถในการรองรับแรงดันจึงอาจไม่เท่ากัน

นี่คือเหตุผลที่การสั่งซื้อโดยพูดเพียงว่า “เอาท่อ SDR11” ยังถือว่าข้อมูลไม่ครบ สำหรับ ท่อ HDPE งานแรงดัน ควรระบุอย่างน้อยชนิดวัสดุ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ค่า SDR หรือ PN และมาตรฐานที่ต้องการ

ตัวอย่างรูปแบบการระบุสินค้าที่ชัดเจนกว่า เช่น “ท่อ HDPE PE100 ขนาด 160 มม. PN10” หรือระบุค่า SDR ประกอบตาม Specification ของโครงการ การระบุรายละเอียดให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาระหว่างผู้จัดซื้อ ผู้จำหน่าย และผู้ควบคุมงาน

ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่าง PN และ SDR ของ PE100

สำหรับ ท่อ HDPE PE100 สำหรับระบบน้ำ ภายใต้เงื่อนไขการออกแบบที่ใช้กันทั่วไป สามารถพบความสัมพันธ์ เช่น SDR11 กับระดับแรงดันประมาณ 16 bar และ SDR17 กับระดับแรงดันประมาณ 10 bar นอกจากนี้ยังพบ SDR21 สำหรับระดับแรงดันประมาณ 8 bar และ SDR26 ในช่วงประมาณ 6.3–6.4 bar ตามระบบมาตรฐานและเงื่อนไขการออกแบบที่เกี่ยวข้อง

ตัวเลขดังกล่าวมีประโยชน์สำหรับทำความเข้าใจความสัมพันธ์เบื้องต้นว่า เมื่อค่า SDR ลดลง ผนังท่อหนาขึ้นและความสามารถในการรับแรงดันจะสูงขึ้น แต่ในการจัดซื้อจริงยังควรตรวจสอบ ตารางท่อ HDPE ของผู้ผลิต และมาตรฐานที่โครงการอ้างอิงทุกครั้ง ไม่ควรใช้ตารางจากผลิตภัณฑ์คนละมาตรฐานมาทดแทนโดยอัตโนมัติ

PE100 SDR11 ไม่ได้หมายถึงขนาดท่อ

อีกประเด็นที่มักสร้างความสับสนคือค่า SDR ไม่ใช่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ ดังนั้น SDR11 สามารถมีได้ตั้งแต่ท่อขนาดเล็กไปจนถึงท่อขนาดใหญ่ หากอยู่ในชุดมิติที่มาตรฐานรองรับ

ท่อขนาด 110 มม. SDR11 และท่อขนาด 315 มม. SDR11 จึงมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกแตกต่างกันและความหนาจริงแตกต่างกัน แต่มีอัตราส่วนระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางกับความหนาผนังอยู่ในชุด SDR เดียวกัน หากวัสดุและเงื่อนไขการออกแบบเหมือนกัน ชั้นความสามารถในการรับแรงดันจึงสามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้

ค่า SDR มีผลต่อเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ

การเลือก SDR ท่อ HDPE ไม่ได้มีผลเฉพาะเรื่องความแข็งแรง แต่ยังมีผลต่อพื้นที่หน้าตัดการไหลภายในด้วย เพราะท่อ HDPE โดยทั่วไปกำหนดขนาดจากเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก เมื่อเพิ่มความหนาผนัง เส้นผ่านศูนย์กลางภายในจึงลดลง

ตัวอย่างเช่น ท่อขนาดภายนอก 315 มม. ที่เป็น SDR11 จะมีผนังหนากว่าท่อ 315 มม. SDR17 ทำให้ช่องทางไหลภายในของ SDR11 มีขนาดเล็กกว่า ดังนั้นหากระบบต้องการอัตราการไหลสูง การเปลี่ยน SDR สามารถส่งผลต่อ Internal Diameter ความเร็วของน้ำ และ Head Loss ได้

ในงานออกแบบระบบขนาดใหญ่ วิศวกรจึงควรใช้ เส้นผ่านศูนย์กลางภายในจริงของท่อ HDPE ในการคำนวณทางชลศาสตร์ ไม่ควรใช้เฉพาะขนาด Nominal หรือ Outside Diameter โดยไม่พิจารณาความหนาของผนัง

เลือก PN อย่างไรให้เหมาะกับแรงดันใช้งาน

ก่อนกำหนดว่าโครงการควรใช้ ท่อ HDPE PN10, PN12.5 หรือ PN16 ควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแรงดันของระบบก่อน ทั้งแรงดันขณะระบบหยุดนิ่ง แรงดันขณะเดินระบบ จุดสูงสุดและต่ำสุดของแนวท่อ ข้อมูล Head ของปั๊ม อัตราการไหล และแรงดันกระชากที่อาจเกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากแรงดันใช้งานปกติอยู่ใกล้กับขีดจำกัดของ PN ที่กำลังพิจารณา การเลือกท่อโดยไม่มีค่าความปลอดภัยรองรับอาจไม่เหมาะสม โดยเฉพาะระบบที่ปั๊มเปิด-ปิดบ่อย หรือมีวาล์วควบคุมจำนวนมาก ควรตรวจสอบ Maximum Operating Pressure และ Transient Pressure ก่อนกำหนด Specification

งานระบบส่งน้ำของหน่วยงาน งานโรงสูบน้ำ หรืองานท่อเมนขนาดใหญ่จึงไม่ควรเปลี่ยน PN จากแบบโดยผู้จัดซื้อหรือผู้รับเหมาเองเพื่อประหยัดต้นทุน หากต้องการเปลี่ยน Specification ควรได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบก่อน

อุณหภูมิมีผลต่อความสามารถในการรับแรงดันของท่อ

ค่าชั้นแรงดันของ ท่อ HDPE มีเงื่อนไขด้านอุณหภูมิประกอบ เนื่องจากคุณสมบัติทางกลของพอลิเอทิลีนเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ การนำท่อไปใช้ส่งน้ำหรือของไหลที่มีอุณหภูมิสูงกว่าสภาวะอ้างอิงจึงอาจต้องปรับลดความสามารถในการรับแรงดัน

ดังนั้น การเห็นคำว่า PN16 ไม่ควรตีความว่าท่อสามารถรับแรงดัน 16 bar ได้ภายใต้ทุกอุณหภูมิ หากเป็นงานน้ำร้อน งานกระบวนการผลิต หรือบริเวณที่มีเงื่อนไขอุณหภูมิสูง ควรตรวจสอบ Temperature Derating Factor จากข้อมูลทางเทคนิคและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนใช้งาน

SDR สำคัญกับงานดันลอดและ HDD มากกว่าที่คิด

ในงาน ดันลอดท่อ HDPE และงาน Horizontal Directional Drilling หรือ HDD ค่า SDR ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแรงดันภายในเท่านั้น เพราะระหว่างการติดตั้งท่อจะได้รับแรงจากการลากผ่านหลุมเจาะ แรงดึง แรงดัด แรงเสียดทาน และแรงภายนอกจากดิน

ท่อที่มีผนังหนาขึ้นสามารถมีคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่งของหน้าตัดแตกต่างจากท่อผนังบาง จึงต้องเลือก SDR ให้สัมพันธ์กับวิธีติดตั้ง ระยะทาง ขนาดหลุมเจาะ รัศมีโค้ง แรงดึงสูงสุด และสภาพดิน ไม่ควรเลือก SDR จากค่า PN เพียงอย่างเดียวในงานลักษณะนี้

โดยเฉพาะ ท่อ HDPE ขนาดใหญ่ ที่ใช้ดันลอดถนน ดันลอดทางรถไฟ หรือลากใต้คลอง หากแนวติดตั้งมีระยะทางมาก การวิเคราะห์ Pulling Load และ Minimum Bend Radius มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของท่อระหว่างก่อสร้าง

ข้อต่อและอุปกรณ์ต้องรองรับ PN ของระบบด้วย

การเลือกท่อ PN16 ไม่ได้หมายความว่าระบบทั้งหมดจะกลายเป็นระบบ PN16 โดยอัตโนมัติ หากข้อต่อ วาล์ว หน้าแปลน Stub End หรืออุปกรณ์อื่นรองรับแรงดันต่ำกว่า อุปกรณ์ที่มีระดับแรงดันต่ำที่สุดอาจกลายเป็นข้อจำกัดของระบบ

สำหรับ ข้อต่อ HDPE แบบ Butt Fusion และ Spigot Fitting ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของ SDR และชั้นแรงดัน ส่วน Electrofusion Fitting ควรตรวจสอบ Pressure Rating และช่วง SDR ที่ผู้ผลิตอนุญาต การเลือกอุปกรณ์จากขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบชั้นแรงดันอาจทำให้ระบบไม่ตรงกับ Specification ที่กำหนดไว้

อ่านตัวหนังสือบนท่อ HDPE ก่อนรับสินค้า

ท่อ HDPE มาตรฐาน จะมีการระบุข้อมูลสำคัญบนผิวท่อตามข้อกำหนดของมาตรฐานและผู้ผลิต เช่น ชื่อหรือเครื่องหมายผู้ผลิต ประเภทวัสดุ PE100 หรือ PE80 ขนาดท่อ ค่า SDR หรือ PN มาตรฐานการผลิต และข้อมูลที่ใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ

เมื่อรับสินค้าเข้าหน่วยงานก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานจึงควรตรวจสอบข้อความที่พิมพ์อยู่บนตัวท่อเทียบกับ Purchase Order, Datasheet และ Material Approval ไม่ควรตรวจรับจากสีของท่อหรือขนาดที่มองเห็นภายนอกเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น แบบกำหนด HDPE PE100 PN10 แต่สินค้าที่ส่งมาระบุค่า SDR ซึ่งไม่สัมพันธ์กับ Specification ที่ได้รับอนุมัติ ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปติดตั้ง เพราะหลังจากเชื่อมและฝังท่อแล้ว การเปลี่ยนวัสดุจะมีต้นทุนสูงกว่าการตรวจสอบตั้งแต่ตอนรับสินค้าอย่างมาก

ทำไมท่อขนาดเดียวกันจึงมีหลายราคา

ผู้ซื้อจำนวนมากสอบถามราคาด้วยข้อความสั้น ๆ เช่น “ท่อ HDPE 110 ราคาเท่าไร” ซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับการเสนอราคาที่ถูกต้อง เนื่องจาก ท่อ HDPE ขนาด 110 มม. สามารถผลิตได้หลาย SDR และหลาย PN แต่ละแบบมีปริมาณวัตถุดิบและน้ำหนักต่อเมตรแตกต่างกัน

ท่อผนังหนาจะใช้เม็ดพลาสติกต่อเมตรมากกว่า จึงมีต้นทุนมากกว่า ดังนั้นก่อนนำใบเสนอราคาของผู้จำหน่ายหลายรายมาเปรียบเทียบ ควรตรวจสอบว่าทุกรายเสนอ PE Grade, PN, SDR, ขนาด และมาตรฐานเดียวกัน มิฉะนั้นราคาที่ดูถูกกว่าอาจเกิดจากการเสนอท่อคนละชั้นแรงดัน ไม่ใช่เพราะผู้จำหน่ายรายหนึ่งมีราคาถูกกว่าอย่างแท้จริง

ข้อมูลที่ควรแจ้งผู้ขายก่อนขอราคาท่อ HDPE

การขอราคาที่ชัดเจนควรระบุข้อมูลให้มากกว่าขนาดท่อ เช่น “ต้องการ ท่อ HDPE PE100 PN10 ขนาด 315 มม. จำนวน 300 เมตร สำหรับงานประปา” พร้อมแจ้งความยาวท่อนที่ต้องการ สถานที่จัดส่ง มาตรฐานโครงการ และความต้องการด้านเอกสารประกอบ

หากยังไม่ทราบ PN หรือ SDR แต่ทราบข้อมูลระบบ ควรแจ้งแรงดันใช้งาน แรงดันของปั๊ม อัตราการไหล ระยะทาง ความต่างระดับ และวิธีติดตั้ง เพื่อให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบท่อช่วยตรวจสอบ Specification เบื้องต้นก่อนเสนอสินค้า

สำหรับงานราชการและงานโครงการ ควรส่งแบบหรือรายการประกอบแบบให้ผู้จำหน่ายตรวจสอบร่วมกับ TOR เพราะบางโครงการกำหนดทั้งชนิดวัสดุ PN SDR มาตรฐานผลิตภัณฑ์ วิธีต่อท่อ ความยาวต่อท่อน และเอกสาร Certificate การสั่งซื้อจากข้อมูลเพียงบางส่วนอาจทำให้สินค้าที่ส่งหน้างานไม่ผ่าน Material Approval

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการเลือก PN และ SDR

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ การคิดว่า PN สูงยิ่งดีโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนและพื้นที่การไหลภายใน การคิดว่า SDR สูงหมายถึงท่อแข็งแรงกว่า ทั้งที่ในขนาดและวัสดุเดียวกันหลักการกลับเป็นตรงกันข้าม การใช้ตาราง PN–SDR ของ PE100 ไปอ้างอิงกับ PE80 โดยตรง รวมถึงการเลือกท่อจากแรงดันปั๊มเพียงค่าเดียวโดยไม่พิจารณาความต่างระดับและ Surge Pressure

อีกกรณีคือการเปลี่ยนจาก SDR11 เป็น SDR17 เพราะท่อมีขนาดภายนอกเท่ากันและคิดว่าสามารถเชื่อมต่อแทนกันได้ทั้งหมด แม้ขนาด OD จะเท่ากัน แต่ความหนาผนังและระดับแรงดันต่างกัน การเปลี่ยน SDR จึงต้องตรวจสอบทั้งความสามารถในการรับแรงดัน วิธีเชื่อม และความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ก่อนดำเนินการ

ก่อนออกใบสั่งซื้อควรตรวจสอบ PN และ SDR จากเอกสารใด

ก่อนออก Purchase Order ควรตรวจสอบข้อมูลจากแบบก่อสร้าง Specification, BOQ, Datasheet ของผู้ผลิต และเอกสาร Material Approval ที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยข้อมูลในเอกสารเหล่านี้ควรสอดคล้องกัน โดยเฉพาะ ขนาดท่อ HDPE, PE80 หรือ PE100, PN, SDR, ความหนาผนัง และมาตรฐานผลิตภัณฑ์

ในกรณีที่ใบเสนอราคาระบุเพียง PN แต่แบบระบุ SDR หรือในทางกลับกัน ควรตรวจสอบความสัมพันธ์ของค่าเหล่านั้นกับชนิดวัสดุและมาตรฐานก่อนสั่งซื้อ ไม่ควรสันนิษฐานว่า PN และ SDR สามารถแทนกันได้ทุกกรณี เพราะการจับคู่ระหว่างสองค่านี้ขึ้นอยู่กับ Material Grade และเงื่อนไขการออกแบบของมาตรฐานที่ใช้

สำหรับระบบที่ต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การตรวจสอบ Specification อย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนสั่งซื้อมีความสำคัญมากกว่าความแตกต่างของราคาต่อเมตรเพียงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนในการขุดเปลี่ยนท่อ ซ่อมระบบ หยุดจ่ายน้ำ หรือแก้ไขงานภายหลังอาจสูงกว่าต้นทุนท่ออย่างมาก การเข้าใจ PN และ SDR ของท่อ HDPE จึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับทั้งเจ้าของโครงการ วิศวกร ผู้รับเหมา ฝ่ายจัดซื้อ และผู้จำหน่ายที่ต้องการให้วัสดุที่เลือกใช้ตรงกับสภาพการทำงานจริงตั้งแต่ต้น

สรุป

หากต้องการคำแนะนำเฉพาะงาน ทีม Technical Support ของ TawanFlow ยินดีช่วยเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานของคุณ ติดต่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา

ค้นหาบทความอื่น