จัดส่งทั่วประเทศ ขอใบเสนอราคาสำหรับโครงการ บริการติดตั้งโดยทีมงาน

ท่อระบบดับเพลิงเลือกแบบไหน

ท่อระบบดับเพลิงเลือกแบบไหน

ประเภทท่อและวาล์วสำหรับงานดับเพลิงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ระบบดับเพลิง เป็นระบบความปลอดภัยที่ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกท่อ วาล์ว ข้อต่อ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ประกอบอย่างถูกต้อง เนื่องจากอุปกรณ์ทั้งหมดต้องสามารถทำงานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ แม้ว่าระบบจะไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานานก็ตาม ดังนั้นการเลือก ท่อดับเพลิง จึงแตกต่างจากการเลือกท่อประปาทั่วไป เพราะไม่สามารถพิจารณาจากขนาดท่อ ราคา หรือแรงดันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบมาตรฐานของระบบ ประเภทของท่อ ระดับแรงดัน วิธีต่อท่อ การรับรองของอุปกรณ์ และข้อกำหนดของโครงการร่วมกัน

ระบบดับเพลิงด้วยน้ำในอาคารหนึ่งแห่งอาจประกอบด้วยหลายระบบ เช่น ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง Automatic Sprinkler ระบบท่อยืนและสายฉีดน้ำดับเพลิง Standpipe and Hose System ระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง Fire Pump ระบบท่อเมนดับเพลิงภายนอกอาคาร Private Fire Service Main รวมถึง Fire Hydrant และ Fire Department Connection แต่ละระบบมีลักษณะการทำงานและมาตรฐานอ้างอิงแตกต่างกัน การกำหนดวัสดุจึงควรเริ่มจากการพิจารณาว่าท่อหรือวาล์วนั้นอยู่ส่วนใดของระบบ

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบท่อดับเพลิง

มาตรฐานที่พบได้บ่อยในการออกแบบและติดตั้ง ระบบดับเพลิงด้วยน้ำ ได้แก่ NFPA หรือ National Fire Protection Association โดยมาตรฐานแต่ละฉบับมีขอบเขตแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น NFPA 13 เกี่ยวข้องกับการออกแบบและติดตั้งระบบ Automatic Sprinkler, NFPA 14 เกี่ยวข้องกับ Standpipe and Hose Systems, NFPA 20 ใช้กับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และ NFPA 24 ใช้กับ Private Fire Service Mains และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายนอกอาคาร

นอกจากนี้ยังมี NFPA 25 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ การทดสอบ และการบำรุงรักษาระบบดับเพลิงด้วยน้ำหลังติดตั้งแล้ว ขณะที่โครงการในประเทศไทยยังต้องพิจารณากฎหมายควบคุมอาคาร ข้อกำหนดของหน่วยงานเจ้าของโครงการ มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และข้อกำหนดของผู้มีอำนาจอนุมัติหรือ Authority Having Jurisdiction หรือ AHJ ประกอบด้วย

ดังนั้นคำว่า “ตามมาตรฐาน NFPA” เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับการกำหนดวัสดุในใบเสนอราคาหรือ Material Specification ควรระบุให้ชัดว่าระบบส่วนใดอ้างอิงมาตรฐานฉบับใด และอุปกรณ์ใดต้องเป็น UL Listed หรือ FM Approved ตามข้อกำหนดของโครงการ

ท่อเหล็กดำสำหรับระบบดับเพลิง

ท่อเหล็กดำดับเพลิง หรือ Black Steel Pipe เป็นวัสดุที่ใช้งานแพร่หลายในระบบดับเพลิงภายในอาคาร โดยเฉพาะระบบ Sprinkler, Standpipe และท่อภายในห้อง Fire Pump เนื่องจากมีความแข็งแรง สามารถรองรับแรงดันได้ดี มีอุปกรณ์และข้อต่อรองรับหลากหลาย และสามารถติดตั้งด้วยระบบเชื่อม Threaded Connection หรือ Mechanical Grooved Coupling ตามลักษณะของระบบ

มาตรฐานท่อเหล็กที่พบในงานดับเพลิง เช่น ASTM A53 และ ASTM A795 รวมถึงมาตรฐานมิติท่อที่เกี่ยวข้อง โดย Specification ของโครงการจะเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้ท่อชนิดใดและความหนาเท่าใด

ในงานจริงมักพบคำว่า Schedule 10 และ Schedule 40 ซึ่งเป็นการเรียกความหนาของท่อในชุดมิติที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินว่าท่อระบบดับเพลิงทุกจุดต้องเป็น Schedule 40 หรือสามารถใช้ Schedule 10 ได้ทุกจุด เพราะความหนาขั้นต่ำยังขึ้นอยู่กับประเภทการต่อ ขนาดท่อ แรงดัน และข้อกำหนดของมาตรฐานหรือ Listing ที่ใช้

Schedule 10 กับ Schedule 40 เลือกอย่างไรในงานดับเพลิง

โดยทั่วไป ท่อ Schedule 40 มีผนังหนากว่า Schedule 10 ในขนาดเดียวกัน จึงมีน้ำหนักและปริมาณเหล็กต่อเมตรมากกว่า ขณะที่ Schedule 10 มีน้ำหนักเบากว่าและสะดวกต่อการติดตั้งในหลายกรณี

สำหรับระบบ Sprinkler ที่ออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐาน อาจสามารถใช้ท่อผนังบางกว่าท่อ Schedule 40 ได้ในบางขนาดและวิธีการต่อ แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านวัสดุ ความหนาขั้นต่ำ และวิธีการเชื่อมต่อที่มาตรฐานกำหนด ดังนั้นไม่ควรกำหนดความหนาท่อจากความเคยชินของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียว

หากเป็น ท่อเมนดับเพลิง ท่อยืน หรือ Fire Pump Header ซึ่งอาจต้องรองรับแรงดันสูงหรือแรงกระแทกทางกล ควรตรวจสอบ Hydraulic Calculation และ Maximum System Pressure ก่อนเลือก Schedule ของท่อ

ท่อเหล็กชุบสังกะสีใช้ในระบบดับเพลิงได้หรือไม่

ท่อเหล็กชุบสังกะสี Galvanized Steel Pipe สามารถพบได้ในระบบดับเพลิงบางประเภท แต่การเลือกใช้ต้องอ้างอิงข้อกำหนดของระบบและ Specification ของโครงการ ไม่ควรสรุปว่าท่อชุบสังกะสีดีกว่าท่อเหล็กดำในทุกกรณีเพียงเพราะมีชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อน

ระบบ Wet Pipe, Dry Pipe และ Preaction System มีสภาพภายในท่อแตกต่างกัน ความชื้น อากาศ และน้ำที่ตกค้างภายในระบบสามารถส่งผลต่อการกัดกร่อน การกำหนดวัสดุจึงควรพิจารณาประเภทของระบบและคุณภาพน้ำร่วมกัน

ท่อ CPVC สำหรับระบบ Sprinkler

ท่อ CPVC ดับเพลิง เป็นอีกประเภทที่สามารถใช้กับระบบ Automatic Sprinkler ได้ในขอบเขตที่ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองและได้รับอนุญาตตามมาตรฐาน แตกต่างจากท่อ PVC ประปาทั่วไปอย่างชัดเจน

ข้อสำคัญคือ ไม่ใช่ท่อ CPVC ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้เป็น ท่อดับเพลิง Sprinkler ได้ ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองสำหรับ Fire Sprinkler Service และต้องติดตั้งตามข้อจำกัดของ Listing ของผู้ผลิต เช่น ประเภทอาคาร พื้นที่ใช้งาน อุณหภูมิ ระยะห่างจากแหล่งความร้อน ประเภทของหัว Sprinkler และวัสดุอื่นที่สามารถใช้งานร่วมกันได้

ดังนั้นหากแบบระบุ CPVC Fire Sprinkler ผู้จัดซื้อควรขอ Datasheet, Installation Manual และเอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ก่อนอนุมัติวัสดุ ไม่ควรนำท่อ CPVC สำหรับระบบประปาหรือท่อน้ำร้อนทั่วไปมาใช้ทดแทน

ท่อใต้ดินสำหรับระบบดับเพลิงเลือกแบบไหน

ท่อที่วางอยู่ภายนอกอาคารและทำหน้าที่เป็น Underground Fire Main หรือ Private Fire Service Main มีเงื่อนไขแตกต่างจากท่อดับเพลิงภายในอาคาร เนื่องจากต้องรับทั้งแรงดันน้ำและแรงภายนอกจากดิน การจราจร การทรุดตัว รวมถึงสภาพแวดล้อมใต้ดิน

วัสดุที่สามารถพบในระบบดังกล่าว ได้แก่ Ductile Iron Pipe, ท่อพลาสติกแรงดันบางประเภท เช่น PVC ที่ผลิตตามมาตรฐานที่รองรับงาน Water Main และ Polyethylene หรือ HDPE ที่ผลิตตามมาตรฐานและได้รับการรับรองสำหรับการใช้งานดังกล่าว ทั้งนี้ต้องตรวจสอบข้อกำหนด NFPA 24, Listing ของผลิตภัณฑ์ และการยอมรับของ AHJ ประกอบกัน

ดังนั้น การนำ ท่อ HDPE ไปใช้เป็นท่อเมนดับเพลิงใต้ดินไม่ได้หมายความว่าสามารถเลือกท่อ PE100 PN10 หรือ PN16 สำหรับงานประปาทั่วไปแล้วใช้ได้ทันที ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ ข้อต่อ วิธีการเชื่อม และ Pressure Rating ได้รับการยอมรับสำหรับ Fire Service Main ตามข้อกำหนดของโครงการหรือไม่

ท่อ HDPE ในระบบดับเพลิงเหมาะกับตำแหน่งใด

ท่อ HDPE ระบบดับเพลิง มีข้อดีสำหรับการติดตั้งใต้ดิน เช่น ความยืดหยุ่น ทนต่อการกัดกร่อนจากดิน และสามารถเชื่อมแบบ Butt Fusion ให้เกิดแนวท่อต่อเนื่องได้ จึงลดจำนวนข้อต่อเชิงกลใต้ดิน

อย่างไรก็ตาม การใช้ HDPE ต้องแยกระหว่าง “ท่อดับเพลิงภายนอกอาคารที่ฝังดิน” กับ “ท่อระบบ Sprinkler ภายในอาคาร” เพราะข้อกำหนดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปไม่ควรนำ HDPE สำหรับ Underground Fire Main ไปตีความว่าสามารถใช้แทนท่อเหล็กในระบบ Sprinkler หรือ Standpipe เหนือพื้นดินได้โดยอัตโนมัติ

การกำหนด HDPE Fire Water Pipe จึงควรตรวจสอบทั้ง Material Grade, Dimension Ratio, Pressure Class, มาตรฐานการผลิต และ Listing ที่โครงการกำหนด ตลอดจนระบบ Anchor และ Restraint ในบริเวณที่เปลี่ยนวัสดุหรือเชื่อมต่อกับวาล์วและอุปกรณ์อื่น

วาล์วระบบดับเพลิงแตกต่างจากวาล์วทั่วไปอย่างไร

วาล์วดับเพลิง ไม่ควรถูกเลือกจากขนาดและ Pressure Rating เพียงอย่างเดียว เพราะวาล์วควบคุมระบบดับเพลิงมีหน้าที่สำคัญในการรักษาความพร้อมของระบบ หากมีผู้ปิดวาล์วโดยไม่ทราบสถานะ อาจทำให้ระบบส่วนหนึ่งหรือทั้งระบบไม่สามารถจ่ายน้ำเมื่อเกิดเพลิงไหม้ได้

วาล์วที่ใช้ในระบบดับเพลิงจึงมักกำหนดให้เป็นวาล์วประเภท Indicating Valve กล่าวคือสามารถมองเห็นหรือทราบสถานะเปิด-ปิดได้ชัดเจน และในหลายระบบยังเชื่อมต่อกับ Supervisory Switch เพื่อส่งสัญญาณไปยังระบบ Fire Alarm เมื่อวาล์วถูกขยับออกจากตำแหน่งปกติ

OS&Y Gate Valve คืออะไร

OS&Y Gate Valve หรือ Outside Screw and Yoke Gate Valve เป็นวาล์วที่พบได้บ่อยในระบบดับเพลิง ข้อดีสำคัญคือสามารถสังเกตตำแหน่งของ Stem ได้จากภายนอก จึงสามารถตรวจสอบสถานะของวาล์วได้ค่อนข้างชัดเจน

OS&Y Gate Valve มักพบในบริเวณ Fire Pump และจุดควบคุมระบบที่ต้องการวาล์วเปิด-ปิดแบบ Full Bore โดย Specification ของงานดับเพลิงมักกำหนดให้วาล์วและอุปกรณ์สำคัญได้รับการรับรอง เช่น UL Listed และ/หรือ FM Approved ตามข้อกำหนดโครงการ

Butterfly Valve สำหรับงานดับเพลิง

Butterfly Valve แบบ Supervisory เป็นวาล์วอีกชนิดที่นิยมใช้ควบคุมระบบดับเพลิง เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักน้อย และใช้งานสะดวก โดยวาล์วสำหรับ Fire Protection มักมี Gear Operator และอุปกรณ์แสดงสถานะหรือ Tamper/Supervisory Switch

อย่างไรก็ตาม Butterfly Valve ไม่สามารถใช้แทน Gate Valve ได้ทุกตำแหน่งโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบริเวณเครื่องสูบน้ำดับเพลิงซึ่ง NFPA 20 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับตำแหน่งและประเภทของวาล์ว จึงต้องตรวจสอบ Pump Arrangement และรายละเอียดมาตรฐานก่อนเลือกใช้

Check Valve ในระบบดับเพลิง

Check Valve ทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนกลับของน้ำ เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบ Fire Pump และส่วนอื่นของระบบที่ต้องควบคุมทิศทางการไหล

บริเวณด้านจ่ายของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงจะมีการจัดชุดท่อและวาล์วตามหลักของ Fire Pump System โดยมี Check Valve และวาล์วควบคุมระบบตามตำแหน่งที่มาตรฐานกำหนด Pressure Rating ของวาล์ว ท่อ และข้อต่อทั้งหมดต้องสามารถรองรับแรงดันสูงสุดที่ปั๊มสามารถสร้างได้ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะ Rated Pressure ขณะปั๊มทำงานที่ Design Point เท่านั้น

Alarm Check Valve

Alarm Check Valve เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Wet Pipe Sprinkler System ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางน้ำและช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับการไหลของน้ำเมื่อหัว Sprinkler ทำงาน ก่อนส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์แจ้งเตือนตามรูปแบบของระบบ

ชุด Alarm Valve มักประกอบด้วยอุปกรณ์ Trim หลายรายการ การติดตั้งจึงควรเป็นไปตามรายละเอียดของผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง ไม่ควรเปลี่ยนขนาด Orifice ตัดอุปกรณ์ Trim หรือดัดแปลง Arrangement เอง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบแจ้งเตือน

Deluge Valve และ Preaction Valve

ระบบที่มีความเสี่ยงเฉพาะบางประเภทอาจใช้ Deluge Valve หรือ Preaction Valve ซึ่งทำงานร่วมกับระบบตรวจจับเพลิงไหม้และชุดควบคุม วาล์วประเภทนี้ไม่ใช่วาล์วเปิด-ปิดน้ำทั่วไป แต่เป็นส่วนสำคัญของ Logic การทำงานของระบบดับเพลิง

การเลือกวาล์วจึงต้องพิจารณาชนิดระบบ ขนาดท่อ Flow Requirement, Working Pressure รูปแบบการ Actuation และมาตรฐานรับรองของอุปกรณ์ทั้งหมดร่วมกัน

Pressure Reducing Valve สำหรับระบบดับเพลิง

อาคารสูงหรือระบบที่มีแรงดันจาก Fire Pump สูงอาจจำเป็นต้องใช้ Pressure Reducing Valve หรือ PRV เพื่อควบคุมแรงดันที่จ่ายไปยังบาง Pressure Zone หรือ Hose Valve ให้อยู่ในระดับที่ออกแบบไว้

การเลือก PRV ไม่ควรเลือกจากขนาดท่อและแรงดันขาเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา Required Flow, Inlet Pressure, Outlet Pressure และช่วงการทำงานของวาล์ว รวมถึงต้องสามารถทดสอบ Flow Test ได้ตามข้อกำหนดของระบบ

Hose Valve สำหรับระบบ Standpipe

Hose Valve เป็นอุปกรณ์ปลายทางของ Standpipe System ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ต่อสายฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง การเลือกขนาด ชนิดเกลียว Pressure Rating และตำแหน่งติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน Standpipe และข้อกำหนดของหน่วยงานดับเพลิงในพื้นที่

จึงไม่ควรเลือก Hose Valve จากรูปลักษณ์หรือขนาดเกลียวเพียงอย่างเดียว เพราะความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมีความสำคัญโดยตรงต่อการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน

วาล์วบริเวณ Fire Pump ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

Fire Pump ถือเป็นหัวใจของระบบจ่ายน้ำดับเพลิง หากวาล์วหรือท่อบริเวณปั๊มถูกเลือกผิด อาจส่งผลต่อสมรรถนะของระบบทั้งหมด โดยทั่วไปชุดด้านจ่ายของปั๊มประกอบด้วยอุปกรณ์ เช่น Check Valve และวาล์วแบบ Indicating Type ตาม Arrangement ที่มาตรฐานกำหนด

Pressure Rating ของท่อ วาล์ว และข้อต่อด้านจ่ายต้องรองรับ Maximum Total Discharge Head ของ Fire Pump รวมถึงสภาวะ Shutoff หรือ Churn Pressure ไม่ควรเลือกอุปกรณ์จากแรงดันที่ Design Flow เพียงค่าเดียว

ตัวอย่างเช่น หากระบบคำนวณได้แรงดันใช้งานประมาณ 10 bar แต่ Fire Pump สามารถสร้างแรงดันสูงกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญในสภาวะไม่มีการไหล วาล์วและข้อต่อจะต้องมี Pressure Rating เหมาะสมกับแรงดันสูงสุดดังกล่าวด้วย

UL Listed และ FM Approved สำคัญอย่างไร

ในงานระบบดับเพลิงมักพบคำว่า UL Listed และ FM Approved อยู่ใน Specification ของอุปกรณ์ โดย UL และ FM เป็นการรับรองผลิตภัณฑ์ตามกระบวนการและมาตรฐานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการป้องกันอัคคีภัย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตรวจสอบจากการมีโลโก้บนสินค้าเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบ Model, Certificate หรือฐานข้อมูลของหน่วยงานรับรองว่าผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวได้รับการรับรองสำหรับการใช้งานนั้นจริง เนื่องจากวาล์วรุ่นเดียวกันหรือผลิตภัณฑ์หน้าตาคล้ายกันอาจมีทั้งรุ่นที่ได้รับและไม่ได้รับการรับรอง

เรื่องนี้มีความสำคัญโดยเฉพาะกับ Gate Valve, Butterfly Valve, Check Valve, Fire Pump Valve, Alarm Valve, Deluge Valve และ Pressure Reducing Valve ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีผลโดยตรงต่อความพร้อมใช้งานของระบบ

เลือก Pressure Rating ของวาล์วอย่างไร

คำว่า Class 125, Class 150, Class 250, 175 PSI, 200 PSI, 300 PSI หรือค่าที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบแบบตัวเลขต่อเลขโดยไม่ตรวจสอบมาตรฐาน เนื่องจาก Rating ของวาล์วแต่ละประเภทอาจสัมพันธ์กับวัสดุตัวเรือน อุณหภูมิ หน้าแปลน และมาตรฐานผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน

ก่อนเลือก วาล์วดับเพลิง จึงควรทราบ Maximum Working Pressure ของระบบเสียก่อน แล้วเลือกวาล์วที่มี Rating ไม่น้อยกว่าที่ระบบต้องการ พร้อมตรวจสอบ Listing และมาตรฐานของหน้าแปลนหรือข้อต่อให้เข้ากันกับท่อ

Grooved Coupling สำหรับระบบดับเพลิง

Grooved Coupling เป็นระบบข้อต่อที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงาน Fire Protection เพราะติดตั้งได้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเชื่อมท่อทุกจุด และสะดวกต่อการซ่อมบำรุง

อย่างไรก็ตาม Coupling, Fitting, Tee, Elbow และ Mechanical Tee ที่ใช้ในระบบต้องเลือกให้ตรงกับขนาดท่อ Wall Thickness, Working Pressure และ Application ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Listing ตาม Specification ของโครงการ

การใช้ Coupling ที่หน้าตาคล้ายกันแต่ไม่ได้รับการรับรองสำหรับระบบดับเพลิงอาจไม่เป็นไปตามข้อกำหนด แม้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะสามารถใช้งานกับระบบน้ำทั่วไปได้ก็ตาม

สีแดงไม่ได้หมายความว่าเป็นอุปกรณ์ดับเพลิงเสมอไป

ข้อผิดพลาดที่พบในการจัดซื้อคือการพิจารณาจากสีของสินค้า เช่น ท่อทาสีแดง วาล์วสีแดง หรือ Grooved Fitting สีแดง แล้วเข้าใจว่าเป็น อุปกรณ์ Fire Protection โดยอัตโนมัติ

ในความเป็นจริง สีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการระบุระบบ ไม่ใช่หลักฐานของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ผู้จัดซื้อควรตรวจสอบ Manufacturer, Model, Working Pressure, Material, Applicable Standard และ Certification ทุกครั้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ TOR กำหนด UL/FM

ข้อมูลที่ต้องเช็กก่อนสั่งซื้อท่อดับเพลิง

ก่อนขอราคาหรือออกใบสั่งซื้อ ท่อระบบดับเพลิง ควรตรวจสอบแบบและ Specification ว่าท่อดังกล่าวใช้กับระบบใด เช่น Sprinkler, Standpipe, Fire Pump Header หรือ Underground Fire Main พร้อมระบุขนาด Nominal Pipe Size ความหนาหรือ Schedule มาตรฐานวัสดุ วิธีต่อ และ Working Pressure

ตัวอย่างการขอราคาที่ชัดเจน เช่น Black Steel Pipe ASTM A53 Schedule 40 ขนาด 4 นิ้ว สำหรับ Fire Protection System หรือระบุรายละเอียดตามแบบที่ได้รับอนุมัติ แทนการแจ้งเพียงว่า “ขอราคาท่อดับเพลิง 4 นิ้ว” เพราะท่อขนาดเดียวกันสามารถมีหลาย Grade หลาย Schedule และหลายมาตรฐาน

ข้อมูลที่ต้องเช็กก่อนสั่งซื้อวาล์วดับเพลิง

สำหรับวาล์ว ควรระบุอย่างน้อยว่าเป็น Gate Valve, Butterfly Valve, Check Valve, Alarm Valve หรือ Pressure Reducing Valve ขนาดเท่าใด Working Pressure เท่าใด ใช้หน้าแปลนหรือ Grooved Connection ต้องการ Supervisory Switch หรือไม่ และ Specification กำหนด UL Listed หรือ FM Approved หรือทั้งสองอย่าง

นอกจากนี้ควรตรวจสอบตำแหน่งติดตั้งในแบบ เพราะวาล์วขนาดเดียวกันที่อยู่บริเวณ Fire Pump, Zone Control Assembly, Standpipe หรือ Underground Main อาจมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน

อย่าเปลี่ยนวัสดุท่อหรือวาล์วจากแบบเพียงเพราะราคาถูกกว่า

ในงานก่อสร้างระบบดับเพลิง การเปลี่ยน Schedule ท่อ ยี่ห้อวาล์ว Pressure Rating หรือประเภทข้อต่อ สามารถมีผลต่อ Hydraulic Calculation และการรับรองระบบได้ ดังนั้นหากต้องการใช้วัสดุ Equivalent ควรจัดทำ Material Comparison และยื่น Material Approval ให้ผู้ออกแบบ ที่ปรึกษา หรือผู้มีอำนาจอนุมัติตรวจสอบก่อน

ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนจากท่อผนังหนาเป็นท่อที่บางลงอาจทำให้ Internal Diameter เพิ่มขึ้นและ Hydraulic Characteristic เปลี่ยนแปลง แม้ในบางกรณีการเปลี่ยนดังกล่าวอาจไม่ทำให้สมรรถนะด้าน Hydraulic ลดลง แต่ยังต้องตรวจสอบความแข็งแรง วิธีการต่อ และความสอดคล้องกับมาตรฐาน ไม่ควรเปลี่ยนจากการเปรียบเทียบราคาต่อเมตรเพียงอย่างเดียว

ระบบดับเพลิงต้องพิจารณาทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ท่อ

ประสิทธิภาพของ ระบบดับเพลิงด้วยน้ำ เกิดจากการทำงานร่วมกันของแหล่งน้ำ ถังเก็บน้ำ Fire Pump, Jockey Pump, Main Pipe, Standpipe, Sprinkler, Hydrant, Hose Valve, Fire Department Connection, Control Valve และอุปกรณ์ตรวจสอบสถานะ หากส่วนใดส่วนหนึ่งถูกเลือกผิดหรือถูกปิด ระบบทั้งหมดอาจไม่สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้

จึงควรเลือก ท่อและวาล์วสำหรับงานดับเพลิง จาก Approved Drawing, Hydraulic Calculation, Equipment Schedule และ Material Specification เป็นหลัก พร้อมตรวจสอบเอกสารรับรองของผลิตภัณฑ์ก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะโครงการอาคารสูง โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์การค้า โรงพยาบาล Data Center และอาคารที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งข้อกำหนดด้าน Fire Protection มักเข้มงวดกว่างานระบบน้ำทั่วไป

ก่อนนำอุปกรณ์เข้าหน้างานควรตรวจอะไรบ้าง

เมื่อได้รับ ท่อดับเพลิงและวาล์วดับเพลิง ควรตรวจสอบ Marking บนผลิตภัณฑ์เทียบกับ Approved Material เช่น ชื่อผู้ผลิต Model ขนาด Pressure Rating มาตรฐาน และเครื่องหมายรับรอง รวมถึงตรวจสอบความเสียหายจากการขนส่ง สภาพหน้าแปลน Groove, Gasket และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ

สำหรับวาล์วที่กำหนด UL Listed หรือ FM Approved ควรตรวจสอบ Model กับ Certificate หรือฐานข้อมูลของหน่วยงานรับรอง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะสติกเกอร์หรือเครื่องหมายบนตัวสินค้า เพราะความถูกต้องของผลิตภัณฑ์มีผลโดยตรงต่อความพร้อมใช้งานของ ระบบป้องกันอัคคีภัย ในสถานการณ์จริง

ส่วนท่อควรตรวจสอบขนาด ความหนา Material Standard และวิธีการต่อให้ตรงกับ Shop Drawing ก่อนเริ่มติดตั้ง เพราะหลังจากเดินท่อเหนือฝ้า เดินผ่าน Shaft หรือฝัง Underground Fire Main แล้ว การเปลี่ยนวัสดุภายหลังจะมีต้นทุนและผลกระทบต่อโครงการสูงกว่าการตรวจสอบให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนรับสินค้าอย่างมาก

สรุป

หากต้องการคำแนะนำเฉพาะงาน ทีม Technical Support ของ TawanFlow ยินดีช่วยเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานของคุณ ติดต่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา

ค้นหาบทความอื่น