จัดส่งทั่วประเทศ ขอใบเสนอราคาสำหรับโครงการ บริการติดตั้งโดยทีมงาน

การเดินท่อร้อยสายไฟใต้ดิน ใช้ท่อแบบไหนดี เปรียบเทียบ HDPE GS ท่อเหล็ก และ PVC

การเดินท่อร้อยสายไฟใต้ดิน ใช้ท่อแบบไหนดี เปรียบเทียบ HDPE GS ท่อเหล็ก และ PVC

การเดินสายไฟใต้ดินเป็นงานที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันสายไฟมากกว่าการเลือกท่อจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะท่อที่ฝังอยู่ใต้ดินต้องรับทั้งน้ำหนักดิน แรงกดจากรถยนต์ ความชื้น น้ำใต้ดิน การทรุดตัวของดิน รวมถึงแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการดึงสาย การเลือกใช้ท่อ HDPE ท่อ GS ท่อเหล็ก หรือท่อ PVC จึงต้องพิจารณาต

การเดินท่อร้อยสายไฟใต้ดินต้องพิจารณาอะไรบ้าง

ระบบไฟฟ้าใต้ดินแตกต่างจากการเดินสายไฟภายในอาคาร เนื่องจากท่อร้อยสายจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและอาจสัมผัสกับน้ำใต้ดินตลอดเวลา บางพื้นที่มีรถยนต์หรือรถบรรทุกวิ่งผ่าน บางพื้นที่เป็นดินถมใหม่ที่มีโอกาสทรุดตัว และบางโครงการต้องติดตั้งท่อโดยวิธีดันลอดใต้ถนนโดยไม่เปิดผิวจราจร

ก่อนเลือกท่อจึงควรพิจารณาว่าเป็นระบบแรงดันต่ำ แรงดันปานกลาง หรือระบบสื่อสาร ขนาดและจำนวนสายที่ต้องร้อย ระยะทางระหว่างบ่อพัก ความลึกในการฝัง ลักษณะผิวด้านบน และวิธีการติดตั้ง

ท่อที่ใช้ในงานไฟฟ้าใต้ดินควรมีผิวด้านในเหมาะกับการดึงสาย มีความแข็งแรงเพียงพอต่อแรงจากภายนอก สามารถต่อได้อย่างมั่นคง และไม่เกิดความเสียหายง่ายระหว่างการก่อสร้าง

ท่อ HDPE สำหรับร้อยสายไฟใต้ดิน

ท่อ HDPE เป็นหนึ่งในวัสดุที่นิยมใช้มากในระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารใต้ดิน เนื่องจาก Polyethylene มีความยืดหยุ่นสูง ไม่เกิดสนิม และสามารถผลิตเป็นท่อยาวต่อเนื่องได้ ทำให้ลดจำนวนจุดต่อของท่อเมื่อเทียบกับท่อที่ผลิตเป็นท่อนสั้น

ลักษณะเด่นของ HDPE คือสามารถปรับตัวตามการทรุดหรือการเคลื่อนตัวของดินได้ดีกว่าวัสดุที่แข็งและเปราะ จึงเหมาะกับพื้นที่ดินถม พื้นที่ริมถนน งานสาธารณูปโภค และแนวท่อที่ต้องมีการเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย

สำหรับงานร้อยสายไฟและสายสื่อสาร สามารถพบการอ้างอิงมาตรฐาน ASTM F2160 ซึ่งครอบคลุม Solid Wall HDPE Conduit สำหรับระบบ Non Pressure และใช้สำหรับป้องกันสายไฟและสายสื่อสารใต้ดิน รวมถึงการติดตั้งด้วยวิธี Horizontal Directional Drilling

ท่อ HDPE Conduit มีหลายระดับความหนา เช่น SDR9 SDR11 SDR13.5 และ DR15.5 รวมถึงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Schedule ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การเลือกค่า SDR ควรสัมพันธ์กับวิธีติดตั้งและแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับท่อ

ค่า SDR ต่ำหมายถึงผนังท่อหนากว่าเมื่อเปรียบเทียบที่เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากัน ตัวอย่างเช่น SDR11 จะมีผนังหนากว่า SDR17 ดังนั้นในพื้นที่ที่มีแรงกดหรือมีการดึงท่อด้วย HDD จึงมักเลือกท่อที่มีผนังแข็งแรงขึ้นตามผลการออกแบบ

ข้อดีของท่อ HDPE สำหรับงานไฟฟ้าใต้ดิน

จุดเด่นที่สำคัญของ HDPE คือไม่มีปัญหาการกัดกร่อนจากดินและความชื้นเหมือนท่อเหล็ก ท่อสามารถผลิตเป็นม้วนหรือเป็นท่อนยาวได้ จึงช่วยลดข้อต่อและลดโอกาสที่ดินหรือสิ่งสกปรกจะเข้าไปภายในท่อ

HDPE ยังมีความเหนียวและสามารถรับแรงกระแทกได้ดี เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวของพื้นดิน ท่อสามารถยืดหยุ่นตามแนวได้ระดับหนึ่งโดยไม่แตกร้าวง่าย

ในงานดันลอด HDD ท่อ HDPE ถือว่ามีข้อได้เปรียบมาก เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อเป็นแนวยาวและดึงกลับเข้าสู่รูเจาะได้โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อต่อจำนวนมาก

ท่อ HDPE เหมาะกับงานลักษณะใด

ท่อ HDPE เหมาะกับการเดินสายไฟใต้ดินระหว่างอาคาร งานระบบไฟฟ้าในโรงงาน งานเดินสายตามแนวถนน งานไฟฟ้าสาธารณะ งานระบบสื่อสาร งาน Fiber Optic และงานที่ต้องติดตั้งด้วยวิธี HDD

สำหรับระบบที่ต้องมีการดึงสายระยะไกล ควรออกแบบบ่อพักหรือ Handhole เป็นช่วงเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างสายกับผิวภายในท่อ และเพื่อให้สามารถตรวจสอบหรือเพิ่มสายใหม่ในอนาคตได้สะดวก

ท่อ GS คืออะไร

คำว่า GS ในงานไฟฟ้ามักหมายถึง Galvanized Steel Conduit หรือท่อเหล็กชุบสังกะสี ซึ่งถูกผลิตขึ้นเพื่อให้มีความแข็งแรงทางกลและลดปัญหาการกัดกร่อนของเนื้อเหล็ก

ท่อ GS มีความแข็งแรงสูงกว่าท่อพลาสติก สามารถป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก การเจาะ การกดทับ และการกระทำทางกลได้ดี จึงนิยมใช้ในพื้นที่ที่สายไฟมีโอกาสได้รับความเสียหายสูง

อย่างไรก็ตาม การใช้ท่อ GS ฝังดินโดยตรงต้องพิจารณาสภาพการกัดกร่อนอย่างจริงจัง เพราะแม้ว่าผิวท่อจะผ่านการชุบสังกะสี แต่ในพื้นที่ที่ดินมีความเป็นกรด มีความเค็ม หรือมีน้ำขังเป็นเวลานาน ชั้นป้องกันสามารถเสื่อมสภาพได้

ท่อ GS เหมาะกับพื้นที่ใด

ท่อ GS เหมาะอย่างมากกับช่วงที่ท่อขึ้นจากใต้ดินเข้าสู่อาคาร บริเวณเสาไฟฟ้า บริเวณตู้ MDB ตู้ควบคุม เครื่องจักร หรือจุดที่มีความเสี่ยงต่อการถูกกระแทก

ตัวอย่างเช่น ระบบไฟฟ้าที่เดินด้วย HDPE ใต้ดิน เมื่อท่อขึ้นจากใต้ดินเข้าสู่ตู้ไฟ สามารถเปลี่ยนช่วงปลายเป็นท่อ GS เพื่อเพิ่มการป้องกันเชิงกลบริเวณที่ท่อพ้นจากระดับดิน

วิธีนี้ทำให้ใช้ข้อดีของ HDPE ในพื้นที่ใต้ดินและใช้ข้อดีของ GS ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทก

ท่อเหล็กสำหรับร้อยสายไฟใต้ดิน

ท่อเหล็กทั่วไปมีข้อได้เปรียบด้านความแข็งแรงสูง สามารถรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดี จึงถูกใช้ในงานที่ต้องการ Mechanical Protection ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่สำคัญของเหล็กคือการกัดกร่อน เมื่อฝังท่อลงในดิน ความชื้นและสารเคมีในดินสามารถทำให้เหล็กเกิดสนิมได้ โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อม รอยขีดข่วน หรือพื้นที่ที่สารเคลือบผิวเสียหาย

หากจำเป็นต้องใช้ท่อเหล็กใต้ดินควรมีระบบป้องกันการกัดกร่อน เช่น การเคลือบผิวภายนอกด้วยระบบที่เหมาะสม การใช้ Tape Wrapping หรือ Protective Coating ตามข้อกำหนดของโครงการ

ท่อเหล็กเหมาะกับงานที่ต้องรับแรงสูง

ในบางโครงการท่อเหล็กไม่ได้ใช้เป็นท่อร้อยสายโดยตรง แต่ใช้เป็น Casing Pipe แล้วนำท่อ HDPE หรือท่ออื่นใส่เข้าไปภายในอีกชั้นหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น งานลอดใต้ถนนที่มีรถบรรทุกหนัก งานลอดใต้ทางรถไฟ หรือบริเวณที่มีข้อกำหนดให้ใช้ Steel Casing สามารถใช้ท่อเหล็กเป็นโครงสร้างป้องกันด้านนอกและใช้ HDPE เป็นท่อร้อยสายด้านใน

ระบบลักษณะนี้ให้การป้องกันทางกลที่สูง แต่มีต้นทุนและขั้นตอนติดตั้งมากกว่าการใช้ HDPE เพียงอย่างเดียว

ท่อ PVC สำหรับร้อยสายไฟใต้ดิน

ท่อ PVC เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมายาวนานในระบบไฟฟ้า เนื่องจากราคาประหยัด น้ำหนักเบา ไม่เกิดสนิม และติดตั้งง่าย

ผิวภายในของ PVC ค่อนข้างเรียบจึงช่วยให้สามารถดึงสายไฟผ่านได้สะดวก และมีข้อต่อ อุปกรณ์ Bend และอุปกรณ์ประกอบให้เลือกจำนวนมาก

สำหรับงานอาคาร บ้านพัก โครงการจัดสรร และระบบไฟฟ้าที่เดินในแนวขุดเปิด PVC เป็นวัสดุที่สามารถใช้งานได้ดีหากเลือกชนิดและชั้นคุณภาพที่เหมาะสมกับงานใต้ดิน

ข้อจำกัดของ PVC ในงานใต้ดิน

PVC มีความแข็งมากกว่า HDPE แต่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า เมื่อพื้นดินเกิดการทรุดตัวหรือแนวท่อได้รับแรงกระแทกมาก ท่อ PVC อาจเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่าท่อ HDPE

จุดต่อของ PVC ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องควบคุมคุณภาพ หากการทากาวหรือประกอบข้อต่อไม่ถูกต้อง อาจเกิดการแยกตัวของข้อต่อเมื่อดินเคลื่อนตัว

ดังนั้นในพื้นที่ดินอ่อน พื้นที่ถมใหม่ หรือพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการทรุดตัวมาก การใช้ HDPE มักมีความได้เปรียบในด้านความยืดหยุ่น

PVC เหมาะกับงานแบบใด

PVC เหมาะกับงานเดินท่อแบบ Open Cut ที่สามารถควบคุมการทำ Bedding และการถมกลับได้ดี เช่น งานภายในโครงการ อาคาร โรงงาน ลานจอดรถ หรือแนวสายไฟที่มีระยะไม่มาก

ในพื้นที่ที่มีรถผ่าน ควรพิจารณาความลึกของท่อ ชั้นทราย วัสดุถม และการป้องกันเพิ่มเติม เช่น การหุ้มคอนกรีตหรือทำ Concrete Duct Bank ตามข้อกำหนดของโครงการ

เปรียบเทียบ HDPE GS ท่อเหล็ก และ PVC

คุณสมบัติ HDPE GS ท่อเหล็ก PVC
ความทนต่อสนิม ดีมาก ดี แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวชุบ ต้องป้องกันการกัดกร่อน ดีมาก
ความยืดหยุ่น สูง ต่ำ ต่ำ ปานกลางถึงต่ำ
การรับแรงกระแทก ดี ดีมาก ดีมาก ปานกลาง
พื้นที่ดินทรุดตัว เหมาะ ต้องออกแบบเพิ่มเติม ต้องพิจารณารอยต่อ ควรระวัง
งาน HDD เหมาะมาก ใช้เฉพาะบางกรณี ใช้ได้เมื่อออกแบบ โดยทั่วไปไม่ใช่ตัวเลือกหลัก
งานขุดเปิด เหมาะ เหมาะบางตำแหน่ง เหมาะบางกรณี เหมาะมาก
ช่วงขึ้นจากใต้ดิน ต้องพิจารณาป้องกันการกระแทก เหมาะมาก เหมาะมาก ใช้ได้เมื่อมีการป้องกัน
ต้นทุนวัสดุและติดตั้ง ปานกลาง สูง สูง ค่อนข้างประหยัด

การเดินท่อใต้ถนนควรเลือกแบบไหน

ถ้าเป็นถนนทั่วไปและสามารถเปิดผิวถนนได้ การใช้ HDPE หรือ PVC ที่ออกแบบสำหรับการฝังใต้ดินสามารถทำได้ แต่ต้องควบคุมระดับความลึก วัสดุรองพื้น และการบดอัดดินรอบท่อ

ในถนนที่มีรถบรรทุกหนักหรือเป็นถนนสาธารณะที่ไม่ต้องการเปิดผิวจราจร งาน HDD โดยใช้ HDPE Conduit เป็นอีกทางเลือกที่นิยม เพราะช่วยลดการรื้อและซ่อมคืนผิวถนน

สำหรับบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ สามารถพิจารณา Steel Casing แล้วติดตั้ง HDPE Conduit ภายในอีกชั้นหนึ่ง

การใช้ Concrete Duct Bank

สำหรับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ระบบไฟฟ้าแรงดันปานกลาง สถานีไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม อาคารขนาดใหญ่ หรือระบบที่มีหลายวงจร สามารถนำท่อหลายเส้นมาจัดเรียงเป็น Duct Bank และหุ้มด้วยคอนกรีต

Concrete Duct Bank ช่วยควบคุมตำแหน่งของท่อและเพิ่มการป้องกันจากแรงภายนอก อีกทั้งยังสามารถวางท่อสำรองไว้สำหรับการเพิ่มสายไฟในอนาคตได้

วัสดุท่อภายใน Duct Bank สามารถเป็น PVC หรือ HDPE ตามรายละเอียดการออกแบบและข้อกำหนดของเจ้าของระบบ

อย่าเลือกท่อจากขนาดสายไฟอย่างเดียว

การเลือกขนาดท่อร้อยสายไฟต้องพิจารณาพื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟ จำนวนสาย รัศมีดัดของสาย และความสะดวกในการดึงสาย ไม่ควรเลือกท่อที่มีขนาดพอดีกับสายมากเกินไป

หากท่อมีขนาดเล็กเกินไป แรงเสียดทานระหว่างการดึงสายจะสูง ทำให้สายเสียหายได้ และทำให้การเปลี่ยนหรือเพิ่มสายไฟในอนาคตทำได้ยาก

งานที่มีระยะทางมากหรือมี Bend หลายจุดควรเพิ่มขนาดท่อหรือเพิ่มบ่อพักเพื่อลดแรงดึงของสาย

จำนวนข้อโค้งมีผลต่อการดึงสาย

ทุกครั้งที่สายไฟผ่านข้อโค้ง แรงเสียดทานจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นแนวท่อควรออกแบบให้ตรงมากที่สุดและหลีกเลี่ยงการใช้ข้อโค้งจำนวนมากโดยไม่จำเป็น

หากแนวท่อจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางหลายครั้ง ควรเพิ่ม Handhole หรือ Manhole เพื่อแบ่งช่วงการดึงสายให้สั้นลง

การใช้ Long Radius Bend ยังช่วยลดแรงที่เกิดกับสายได้ดีกว่าข้อโค้งรัศมีสั้น โดยเฉพาะสายไฟขนาดใหญ่

การใช้งาน HDPE ร่วมกับ GS เป็นวิธีที่พบได้บ่อย

ระบบที่ใช้จริงในหลายโครงการไม่ได้เลือกใช้วัสดุเพียงประเภทเดียวตลอดแนว แต่สามารถใช้วัสดุแต่ละชนิดตามจุดที่เหมาะสม

ช่วงที่อยู่ใต้ดินสามารถใช้ HDPE เพื่อให้ทนต่อความชื้นและการเคลื่อนตัวของดิน เมื่อท่อขึ้นจากพื้นเข้าสู่ตู้ไฟหรืออาคารสามารถเปลี่ยนเป็น GS เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทางกล

บริเวณที่ท่อลอดใต้พื้นที่รับน้ำหนักสูงสามารถเพิ่ม Casing หรือ Concrete Protection ได้อีกชั้นหนึ่ง

รูปแบบนี้ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นใต้ดินและมีความแข็งแรงบริเวณที่ต้องสัมผัสกับผู้ใช้งานหรือเครื่องจักร

การเลือก HDPE สำหรับงานร้อยสายไฟ

หากเลือก HDPE ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ออกแบบสำหรับใช้เป็น Conduit ไม่ใช่ดูเพียงว่าเป็นท่อ HDPE เหมือนกัน เพราะท่อ HDPE สำหรับประปาและ HDPE Conduit มีวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อกำหนดผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน

สำหรับงานที่อ้างอิง ASTM สามารถพิจารณา ASTM F2160 สำหรับ Solid Wall HDPE Conduit โดยเลือกค่า SDR หรือ DR ตามสภาพการติดตั้ง

งาน HDD ที่มีระยะยาวหรือแรง Pullback สูงควรมีการตรวจสอบความสามารถของท่อระหว่างการติดตั้งเพิ่มเติม ไม่ควรระบุเพียงว่าสามารถใช้ SDR ใดได้จากขนาดท่ออย่างเดียว

การเลือก GS และท่อเหล็ก

ท่อโลหะเหมาะกับบริเวณที่ต้องการ Mechanical Protection สูง แต่ต้องตรวจสอบวิธีต่อท่อ การป้องกันคมบริเวณปลายท่อ และระบบ Bonding หรือ Grounding ตามมาตรฐานระบบไฟฟ้าที่โครงการใช้

การตัดท่อเหล็กต้องลบคมภายในก่อนร้อยสาย เพราะขอบโลหะที่คมสามารถสร้างความเสียหายต่อฉนวนของสายไฟได้ในระหว่างการดึงสาย

หากท่อผ่านจากใต้ดินขึ้นสู่ภายนอก ควรออกแบบการป้องกันน้ำเข้าและการซีลช่องว่างให้เหมาะสม เพราะความชื้นสามารถสะสมภายในระบบท่อได้แม้ว่าตัวท่อภายนอกจะดูปิดสนิทก็ตาม

การเลือก PVC สำหรับงานใต้ดิน

PVC เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับงานที่สามารถควบคุมการติดตั้งได้ดี โดยเฉพาะงานเดินท่อในร่องที่เตรียม Bedding อย่างเหมาะสม

ควรหลีกเลี่ยงการวางท่อบนก้อนหินหรือวัสดุแข็งโดยตรง เนื่องจากเมื่อมีแรงกดจากด้านบนอาจเกิด Stress Concentration และสร้างความเสียหายต่อท่อได้

การถมบริเวณรอบท่อควรใช้วัสดุที่ไม่มีวัสดุแหลมคมและบดอัดตามรายละเอียดที่กำหนด ก่อนจึงถมชั้นดินด้านบนต่อไป

พื้นที่โรงงานควรเลือกวัสดุอย่างไร

ในพื้นที่โรงงานที่มีรถโฟล์คลิฟท์ รถสิบล้อ หรือรถเครื่องจักรวิ่งผ่านเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับ Mechanical Protection ของท่อมากกว่างานบริเวณพื้นที่สีเขียวทั่วไป

แนวเมนใต้ถนนสามารถเลือก HDPE ที่มีความแข็งแรงเหมาะสม หรือออกแบบเป็น Duct Bank ส่วนช่วงเข้าสู่เครื่องจักรหรือพื้นที่เสี่ยงกระแทกสามารถใช้ GS หรือท่อเหล็กเพื่อเพิ่มการป้องกัน

พื้นที่ที่คาดว่าจะมีการเพิ่มกำลังไฟในอนาคตควรวาง Spare Conduit เพิ่มตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง เพราะต้นทุนการเพิ่มท่อในช่วงก่อสร้างมักต่ำกว่าการขุดพื้นที่เดิมใหม่ในภายหลังอย่างมาก

ระบบไฟฟ้าในอาคารและระหว่างอาคาร

การเดินสายระหว่างอาคารควรมีบ่อพักที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับการตรวจสอบและดึงสาย โดยไม่ควรออกแบบให้แนวท่อใต้ดินยาวต่อเนื่องมากเกินไปโดยไม่มีจุดพัก

ท่อ HDPE เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับแนวระหว่างอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่ที่แนวท่อมีโอกาสทรุด ส่วนช่วงท่อที่ขึ้นเข้าสู่ห้องไฟสามารถเปลี่ยนเป็นระบบท่อแข็งหรือ GS ตามข้อกำหนดของงาน

ระบบสื่อสารและ Fiber Optic

ท่อ HDPE ได้รับความนิยมอย่างมากในระบบ Fiber Optic เนื่องจากสามารถติดตั้งเป็นแนวยาวและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้เป็น Main Duct และติดตั้ง Subduct หรือ Microduct เพิ่มภายในตามรูปแบบของระบบ

การออกแบบควรเหลือพื้นที่สำหรับสายเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงกำหนดตำแหน่ง Handhole ให้เหมาะสมกับระยะ Pulling หรือ Blowing ของสาย Fiber

งานไฟฟ้าที่ดันลอดด้วย HDD

หากแนวสายไฟต้องลอดใต้ถนน ทางน้ำ หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถขุดเปิดได้ การใช้ HDD สามารถลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านบนได้อย่างมาก

HDPE Conduit เป็นวัสดุที่เหมาะกับงานลักษณะนี้เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อหรือประกอบเป็นแนวยาว มีความยืดหยุ่นและสามารถรับการดัดตาม Bore Profile ได้

การเลือก SDR สำหรับ HDD ต้องตรวจสอบแรงดึงระหว่าง Pullback ขนาด Reamer รัศมีแนวเจาะ ระยะทาง และสภาพชั้นดิน ไม่ควรเลือกจากความเคยชินหรือใช้ค่าเดียวกันกับทุกโครงการ

การเลือกท่อให้เหมาะกับหน้างาน

หากเป็นงานใต้ดินทั่วไปที่ต้องการความยืดหยุ่น ทนความชื้น และต้องการลดจำนวนจุดต่อ HDPE เป็นวัสดุที่มีความเหมาะสมสูง

หากเป็นแนวขุดเปิดภายในโครงการและต้องการควบคุมต้นทุน PVC เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม แต่ต้องติดตั้ง Bedding และ Protection อย่างถูกต้อง

หากเป็นช่วงที่ต้องรับแรงกระแทกสูง เช่น ท่อขึ้นจากพื้น บริเวณตู้ไฟ หรือแนวที่อยู่ใกล้เครื่องจักร GS มีข้อได้เปรียบด้านความแข็งแรง

หากต้องรับแรงทางกลสูงมากหรือใช้เป็น Casing ใต้พื้นที่สำคัญ ท่อเหล็กสามารถให้ความแข็งแรงสูง แต่ต้องมีระบบป้องกันการกัดกร่อนที่เหมาะสม

ในโครงการขนาดใหญ่ การเลือกใช้ HDPE PVC GS และ Steel Pipe ร่วมกันตามลักษณะของแต่ละช่วงมักให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการบังคับให้ใช้วัสดุประเภทเดียวตลอดทั้งระบบ เพราะแต่ละวัสดุมีจุดแข็งแตกต่างกันและถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน

สรุป

หากต้องการคำแนะนำเฉพาะงาน ทีม Technical Support ของ TawanFlow ยินดีช่วยเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานของคุณ ติดต่อขอคำแนะนำและใบเสนอราคา

ค้นหาบทความอื่น